วันอาทิตย์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2559

69 หลักเกณฑ์การคำนวณปริมาณงานก่อสร้างอาคาร : งานโครงสร้างวิศวกรรม

     มาตรฐานการวัดและคำนวณปริมาณงานในงานก่อสร้างอาคาร หมวดงานโครงสร้าง
     1)งานขุดดินและถมดิน
     -งานขุดดินและถมดิน ให้คำนวณหาปริมาณงานดินที่ต้องขุด ตามเนื้อที่ของฐานรากแต่ละขนาดคูณด้วยความลึกจากระดับดินถึงใต้ฐานราก แล้วคูณด้วยจำนวนของฐานรากแต่ละขนาดจะได้ผลลัพธ์ ีหน่วยเป็น x ลบ.ม.   เมื่อได้ปริมาณงานดินขุดของฐานรากทั้งหมดแล้ว ให้นำไปรวมกับเปอเซนต์การเผื่องานขุดดิน (ตามหลักเกณฑ์เผื่อดินพังและเพื่อทำงานสะดวก) ก็จะได้ปริมาณงานดินขุดทั้งหมดเป็นจำนวน x ลบ.ม.
     -การถมดิน คือ การนำดินที่ขุดขึ้นจากฐานราก แล้วถมคืนลงไปในหลุมฐานรากหลังจากทำการหล่อคอนกรีตฐานรากและเสาตอม่อแล้วเสร็จ
     2)งานตอกเข็ม
     -งานตอกเสาเข็ม ให้การคำนวณหาปริมาณของเสาเข็มที่จะตอก ตามชนิด ขนาด และความยาวของเสาเข็ม โดยคิดปริมาณของเสาเข็มที่กำหนดให้ตอก กับฐานรากแต่ละขนาด แล้วรวมยอดได้จำนวนเท่าใด เป็นปริมาณของเสาเข็มที่จะใช้ทั้งหมดเป็นจำนวน x ต้น
หมายเหตุ กรณีมีค่าเจาะสำรวจดิน ทดสอบการรับน้ำหนักของเสาเข็ม และหรือทดสอบความสมบูรณ์ของเสาเข็ม ให้คำนวณเป็นค่างานต้นทุนไวเในส่วนของค่างานต้นทุน
     3)งานโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก
     3.1)งานวัสดุรองใต้ฐานราก การคำนวณหาปริมาณงานวัสดุรองใต้ฐานราก ให้คำนวณวัสดุรองฐานรากตามขนาดเนื้อที่ใต้ฐานรากแต่ละขนาดคูณด้วยความหนาของวัสดุรองใต้ฐานราก แล้วคูณด้วยจำนวนของฐานรากแต่ละขนาด จะได้ผลลัพธ์เป็น x ลบ.ม.  เมื่อรวมปริมาณงานวัสดุรองใต้ฐานรากทั้งหมดแล้ว ให้นำไปรวมกับเปอเซนต์การเผื่องานถมทราย (ตามหลักเกณฑ์เผื่อการยุบตัวของงานุมทราย) ก็จะได้ปริมาณงานวัสดุรองใต้ฐานรากทั้งหมดเป็นจำนวน x ลบ.ม.
     3.2)งานคอนกรีตรองใต้ฐานราก(คอนกรีต 1:3:5) การคำนวณหาปริมาณงานคอนกรีตรองใต้ฐานราก ให้คำนวณคอนกรีตของฐานรากตามเนื้อที่ใต้ฐานรากแต่ละขนาดคูณด้วยความหนาของงานคอนกรีตใต้ฐานราก แล้วคูณด้วยจำนวนของฐานรากแต่ละขนาด จะได้ผลลัพธ์เป็น x ลบ.ม.   เมื่อรวมปริมาณงานคอนกรีตรองใต้ฐานรากทุกขนาดแล้ว ก็จะได้ปริมาณคอนกรีตใต้ฐานรากทั้งหมด เป็นจำนวน x ลบ.ม.
     3.3)งานคอนกรีตโครงสร้าง ให้คำนวณหาปริมาณเนื้องานคอนกรีตโครงสร้างของอาคารทั้งหมด ตั้งแต่ฐานราก เสาตอม่อ คานคอดิน เสา คาน พื้นและบันไดทุกชั้น จนถึงโครงหลังคาตามแบบแปลนแล้วรวมจำนวนทั้งหมดเป็น x ลบ.ม.
     -คอนกรีตฐานราก การคำนวณปริมาณคอนกรีตฐานราก ให้คำนวณคอนกรีตตามขนาดฐานรากแต่ละขนาด คือ ความกว้างคูณความยาว แล้วคูณด้วยความหนาของฐานราก จะได้ผลลัพธ์เป็น x ลบ.ม.  เมื่อรวมปริมาณคอนกรีตฐานรากทุกขนาดแล้ว ก็จะได้ปริมาณคอนกรีตฐานรวมทั้งหมดเป็นจำนวน x ลบ.ม.
     -คอนกรีตเสาตอม่อ การคำนวณปริมาณคอนกรีตเสาตอม่อ ให้คำนวณพื้นที่หน้าตัดตามขนาดของเสาตอม่อแต่ละขนาด แล้วนำพื้นที่หน้าตัดของเสาตอม่อนั้นคูณด้วยความสูงของเสาตอม่อ จะได้ผลลัพธ์เป็น x ลบ.ม.  เมื่อรวมปริมาณคอนกรีตเสาตอม่อทุกขนาดแล้ว ก็จะได้ปริมาณคอนกรีตเสาตอม่อทั้งหมดเป็นจำนวน x ลบ.ม.
     -คอนกรีตเสา การคำนวณปริมาณคอนกรีตเสา ให้คำนวณพื้นที่หน้าตัดตามขนาดของเสาแต่ละขนาด แล้วนำพื้นที่หน้าตัดของเสาคูณด้วยความสูงของเสา จะได้ผลลัพธ์เป็น x ลบ.ม.  เมื่อรวมปริมาณคอนกรีตเสาทุกขนาดแล้ว ก็จะได้ปริมาณคอนกรีตเสาทั้งหมดเป็นจำนวน x ลบ.ม.
     -คอนกรีตคาน การคำนวณปริมาณคอนกรีตคาน ให้คำนวณพื้นที่หน้าตัดตามขนาดของคานแต่ละขนาด แล้วนำพื้นที่หน้าตัดของคานคูณด้วยความยาวของคาน จะได้ผลลัพธ์เป็น x ลบ.ม.  เมื่อรวมปริมาณคอนกรีตคานทุกขนาดแล้ว ก็จะได้ปริมาณคอนกรีตคานทั้งหมดเป็นจำนวน x ลบ.ม.
     -คอนกรีตพื้น การคำนวณปริมาณคอนกรีตพื้น ให้คำนวณเนื้อที่ของพื้นตามขนาดของพื้นแต่ละชนาด แล้วนำเนื้อที่ของพื้นที่คูณด้วยความหนาของพื้นจะได้ผลลัพธ์เป็น x ลบ.ม.  เมื่อรวมปริมาณคอนกรีตพื้นทุกขนาดแล้ว ก็จะได้ปริมาณคอนกรีตพื้นทั้งหมดเป็นจำนวน x ลบ.ม.
     4)งานไม้แบบหล่อคอนกรีต การคำนวณหาปริมาณเนื้อที่ไม้แบบ หมายถึง การคำนวณหาเนื้อที่ไม้แบบรองรับหรือห่อหุ้มคอนกรีตที่จะหล่อเป็นงานโครงสร้าง ค.ส.ล. ทั้งหมด  ตั้งแต่ฐานราก ตอม่อ เสา คาน พื้น เป็นต้น ซึ่งเมื่อรวมปริมาณเนื้อที่ไม้แบบทั้งหมดแล้ว จะได้ปริมาณงานไม้แบบเป็นจำนวน x ลบ.ม.
     -การคำนวณหาปริมาณไม้เคร่าสำหรับยึดไม้แบบ ให้คำนวณโดยเฉลี่ยประมาณ 30% ของเนื้อไม้แบบซึ่งปรับลดปริมาณแล้ว จะได้ผลลัพธ์ปริมาณไม้เคร่าสำหรับยึดไม้แบบเป็น ลบ.ฟ.
     -การคำนวณหาปริมาณไม้ค้ำยันไม้แบบ ให้คำนวณโดยใช้อัตราไม้ค้ำยันท้องคาน 1 ต้น ต่อความยาวของท้องคาน 1 เมตร และไม้ค้ำยันท้องพื้น 1 ต้น ต่อเนื้อที่พื้น 1 ตารางเมตร เมื่อรวมปริมาณงานไม้ค้ำยันทั้งหมดแล้ว จะได้เป็นจำนวน x ต้น
     กรณีของแบบหล่อคอนกรีตแบบเหล็กหรือโลหะอื่นๆ ให้คำนวณปริมาณโดยใช้หลักเกณฑ์การคำนวณปริมาณไม้แบบหล่อคอนกรีต มีหน่วยเป็นตารางเมตร โดยไม่คิดเผื่อปริมาณ (สำหรับการคำนวณราคาในขั้นตอนการคำนวณราคา ผู้มีหน้าที่คำนวณราคากลางสามารถสืบราคาค่าเช่าต่อตารางเมตร มาคำนวณ
     5)งานเหล็กเสริมคอนกรีต  การคำนวณหาปริมาณเหล็กเสริมคอนกรีต ให้คำนวณตามที่กำหนดในแบบแปลยตามชนิดขนาดและความยาวของเหล็กเสริม โดยคิดตามความกว้างหรือความยาวของโครงสร้างนั้นๆในแนวเส้นตรง โดยไม่ต้องหักผิวคอนกรีตที่ห่อหุ้ม และไม่ต้องเผื่อความยาวในการทายต่อ งอปลาย หรือดัดคอม้า เช่น กรณีของเหล็กเสริมฐานราก ให้คำนวณเหล็กเสริมตามขนาดและตามความกว้าง ยาว ของฐานราก คูณด้วยจำนวนเส้นตามแบบแปลน แล้วรวมด้วยความยาวทั้งหมดเป็น x เมตร เป็นต้น
     -เหล็กเสริมของเสา ให้คำนวณเหล็กเสริมที่เป็นเหล็กยืนแต่ละขนาดตามความสูงของเสา และจำนวนตามแบบแปลน แล้วรวมความยาวเป้น x เมตร  ส่วนเหล็กปลอกให้คำนวณความยาวตามเส้นรอบรูปของเสา และจำนวนของเหล็กปลอกตามแบบแปลน แล้วรวมความยาวเป็น x เมตร
     -เหล็กเสิรมของพื้น ให้คำนวณเหล็กเสริมที่เป็นเหล็กนอนที่วางในแนวราบและดัดคอม้าแต่ละขนาดตามความกว้างและความยาวของแผ่นพื้น และจำนวนตามแบบแปลน แล้วรวมความยาวเป็น x เมตร ส่วนเหล็กพิเศษ ให้คำนวณตามขนาดและความยาวของเหล็กแต่ละเส้น และจำนวนตามแบบแปลน แล้วรวมความยาวเป็น x เมตร
     -เหล็กเสริมบันได ให้คำนวณเหล็กเสริมที่เป็นเหล็กนอน ตามความกว้างและความยาวของบันได ส่วนเหล็กลูกโซ่ให้คำนวณความยาวตามความกว้างของลูกนอนบวกด้วยความสูงของลูกตั้ง แล้วคูณจำนวนเหล็กตามแบบแปลน แล้วรวมความยาวทั้งหมด ได้เป็นจำนวน x เมตร
     -การคำนวณหาปริมาณลวดผูกเหล็ก ให้คำนวณโดยใช้ค่าเฉลี่ยประมาณ 30 กิโลกรัมต่อน้ำหนักเหล็กเสริม 1 เมตริกตัน
     ทั้งนี้ เมื่อคำนวณได้ปริมาณเหล็กเสริมทุกขนาดของงานโครงสร้างทั้งหมด (ซึ่งมีความยาวเป็นเมตร)แล้ว  ให้เผื่อการทาบต่อ งอปลาย ดัดคอม้า และการเสียเศษ ตามเปอเซนต์การเผื่อเหล็กแต่ละขนาด จากนั้นให้คำนวณหาน้ำหนักของเหล็กเสริมเป็น x กก. หรือเมตริกตัน
     6)น้ำยากันซึมผสมคอนกรีต (ถ้ามี) ให้คำนวณจำนวนตามเนื้องานคอนกรีตที่ผสม รวมเป็น x ลบ.ม.
     7)งานโครงหลังคา
     7.1)งานโครงหลังคาไม้ การคำนวณหาปริมาณไม้ที่ใช้ทำโครงหลังคา มีหน่วยเป็น x ลบ.ฟ. ได้แก่ ไม้ขื่อ ไม้ดั้ง ไม้ค้ำยัน ไม้จันทันเอกพราง ไม้อกไก่ ไม้สะพานรับจันทัน ไม้แปหรือไม้ระแนง ไม้เชิงชายและไม้ปั้นลมขนาดหน้าตัดเป็นนิ้ว ความยาวเป็นเมตร แล้วคิดรวมเป็น x ลบ.ฟ.
     -ในการคำนวณความยาวของไม้แต่ละอย่างนั้น ต้องเผื่อความยาวไม้ให้พอกับการก่อสร้างจริง โดยความยาวของไม้แปรรูปในท้องตลาด ไม้ขนาดหน้าตัดเล็กจะมีความยาวตั้งแต่ 1.00ม. , 1.50ม. , 2.00ม.และไม่เกิน6.00ม.เช่นไม้ขนาด 1-1/2" x 3" เป็นต้น  ส่วนไม้หน้าตัดใหญ่เช่น 2" x 8" จะมีขนาดความยาวตั้งแต่ 2.00ม. ถึง 8.00 ม.  ด้วยเหตุนี้ ผู้มีหน้าที่คำนวณราคากลางจึงต้องระมัดระวังในเรื่องความยาวของไม้ เพราะถ้าความยาวแต่ละขนาดไม่ลงตัวหรือไม่พอดีกับการใช้งานก่อสร้างจะต้องเพิ่มความยาวขึ้นอีก 50 เซนติเมตร
     -ประมาณการหาอุปกรณ์ยึดโครงหลังคา ได้แก่ แผ่นเหล็กปะกับรอยต่อไม้ น๊อตสกรู ยึดรอยต่อขนาดต่างๆ ให้คำนวณหาจำนวนหรือปริมาณจากแบบแปลนหรือแบบขยาย
     -การคำนวณเนื้อที่โครงหลังคา ให้คำนวณตามแนวบาบกว้างคูณยาว ได้เนื้อที่เป็น x ตร.ม.  เพื่อนำไปคำนวณค่าแรงงานในการประกอบและติดตั้งโครงหลังคา
     7.2)งานโครงหลังคาเหล็กรูปพรรณ ให้คำนวณหาปริมาณเหล็กรูปพรรณที่ใช้ทำโครงหลังคา โดยแยกตามชนิดของเหล็ก ขนาดหน้าตัด และความหนา โดยเหล็กชนิดเดียวกันที่ใช้ในหน้าที่เดียวกันหรือขนาดเดียวกันที่ใช้เป็นจำนวนมาก ให้หาความยาวโดยรวมแล้วเผื่อเปอเซนต์ความเสียหายจากการใช้งาน 3% สำหรับหลังคาทรางจั่ว ทรงเพิ่ง โครงtruss และ5% สำหรับทรงปั้นหยา  เมื่อได้ความยาวสุทธิแล้ว ให้หารด้วย 6.00 ม. (ความยาวตามมาตรฐานเหล็กรูปพรรณทั่วไป) ผลลัพธ์ที่ได้ถ้ามีเศษให้ปัดเศษเป็นจำนวนเต็มท่อน  จากนั้นให้คำนวณหาน้ำหนักของเหล็กแต่ละชนิด มีหน่วยเป็น x กิโลกรัม
     -น้ำหนักของเหล็กรูปพรรณตามที่คำนวณได้ จะมีหน่วยเป็น x กิโลกรัม  เพื่อนำไปคำนวณค่าแรงงานในการประกอบและติดตั้งโครงหลังคาเหล็กรูปพรรณต่อไป
     7.3)งานทาสีน้ำมันกันสนิม ให้คำนวณหาพื้นที่ผิวโดยรอบของเหล็กรูปพรรณแต่ละชนิด แล้วคูณด้วยจำนวนท่อน เมื่อรวมพื้นที่ที่จะทาสีของเหล็กรูปพรรณทุกชนิด ก็จะได้พื้นที่ทาสีน้ำมันกันสนิมทั้งหมด มีหน่วยเป็น x ตร.ม.

ที่มา : หน้า 90  หลักเกณฑ์การคำนวณราคากลาง งานก่อสร้างอาคาร กุมภาพันธ์ 2555







วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2559

68 บัญชีแสดงรายการก่อสร้าง สำหรับงานก่อสร้างอาคาร

     เป็นบัญชีที่รวมรายการงานก่อสร้างต่างๆ รวมทั้งหน่วยวัดของแต่ละรายการงานก่อสร้าง ที่งานก่อสร้างอาคารโดยทั่วไปควรจะมี ไว้สำหรับผู้มีหน้าที่คำนวณราคากลางใช้ประกอบการพิจารณาถอดแบบก่อสร้างจากแบบก่อสร้าง เพื่อสำรวจและกำหนดรายการงานก่อสร้างต่างๆ ในการถอดแบบคำนวณราคากลางงานก่อสร้างอาคาร
      บัญชีแสดงรายการก่อสร้างสำหรับงานก่อสร้างอาคารนี้ ประกอบด้วยรายการงานก่อสร้างต่างๆ ซึ่งงานก่อสร้างอาคารโดยทั่วไปควรจะมี ดังนั้น เมื่อนำไปใช้ประกอบการถอดแบบก่อสร้าง ในบางโครงการ/งานก่อสร้างอาจมีรายการงานก่อสร้างที่นอกเหนือไปจากที่ได้กำหนดไว้ในบัญชีนี้ ในกรณีนี้ให้ผู้มีหน้าที่คำนวณราคากลางกำหนดรายการงานก่อสร้างนั้นเพิ่มเติมเข้าไปในส่วน กลุ่มงาน และหรืองานที่เกี่ยวข้อง ได้ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามแบบก่อสร้างที่ถอดแบบคำนวณราคากลางนั้น ในทางตรงกันข้าม ในกรณีที่ในแบบก่อสร้างที่ถอดแบบก่อสร้างนั้น ไม่มีรายการงานก่อสร้างที่กำหนดไว้ในบัญชีนี้ ก็ไม่ต้องพิจารณารายการงานก่อสร้างนั้น
      บัญชีแสดงรายการก่อสร้างสำหรับงานก่อสร้างอาคาร ประกอบด้วยรายการงานก่อสร้างต่างๆ ที่งานก่อสร้างอาคารโดยทั่วไปควรจะมี โดยได้กำหนดและรวบรวมไว้เป็นส่วนๆ รวม 3 ส่วน และในแต่ละส่วน จะประกอบด้วยกลุ่มงาน/งาน และรายการงานก่อสร้างต่างๆ สำหรับในแต่ละกลุ่มงาน/งาน
     ส่วนที่ 1 ค่างานต้นทุน ประกอบด้วย 3 กลุ่มงาน ดังนี้
     กลุ่มงานที่ 1 ประกอบด้วยรายการงานก่อสร้างต่างๆ ในส่วนของ
     1.1)งานโครงสร้างวิศวกรรม
     1.2)งานสถาปัตยกรรม
     1.3)งานระบบสุขาภิบาล ดับเพลิง และป้องกันอัคคีภัย
     1.4)งานระบบไฟฟ้าและสื่อสาร
     1.5)งานระบบปรับอากาศและระบบระบายอากาศ
     1.6)งานระบบลิฟต์และบันไดเลื่อน
     1.7)งานระบบเครื่องกลและระบบพิเศษอื่นๆ ถ้ามี
     กลุ่มงานที่ 2 ประกอบด้วยรายการงานก่อสร้างต่างๆ ในส่วนของ
     2.1)งานครุภัณฑ์จัดจ้างหรือสั่งทำ
     2.2)งานตกแต่งภายในอาคาร
    กลุ่มงานที่ 3 ประกอบด้วยรายการงานก่อสร้างต่างๆ ในส่วนของ
    3.1)งานภูมิทัศน์
    3.2)งานผังบริเวณและสิ่งก่อสร้างประกอบอื่นๆ
    ทั้งนี้ รายการงานก่อสร้างต่างๆ ที่กำหนดไว้ในสว่นที่ 1 นี้ รวมทั้งที่ผู้มรหน้าที่คำนวณราคากลางได้เพิ่มเติมเข้าไปในส่วนนี้  (ในกรณีที่ในแบบก่อสร้างมีรายการงานก่อสร้างที่นอกเหนือจากในบัญชีนี้กำหนดไว้) ให้คำนวณในราคาต้นทุน (ไม่รวมค่าอำนวยการ ดอกเบี้ย กำไร และค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม)
     ส่วนที่ 2 ครุภัณฑ์จัดซื้อหรือสั่งซื้อ
ประกอบด้วยรายการงานก่อสร้างต่างๆ ในส่วนของครุภัณพ์จัดซื้อหรือสั่งซื้อ เช่น ระบบโสต ระบบโสตทัศน์ อุปกรณ์ระบบรักษาความปลอดภัย คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ระบบคอมพิวเตอร์รวมทั้งครุภัณฑ์ลอยตัวทุกชนิด พร้อมการติดตั้ง
     รายการงานก่อสร้างต่างๆ ที่กำหนดไว้ในส่วนที่ 2 นี้ รวมทั้งที่ผู้มีหน้าที่คำนวณราคากลางได้เพิ่มเติมเข้าไปในส่วนที่ 2 นี้(ในกรณีที่ในแบบก่อสร้างมีรายการงานก่อสร้างที่นอกเหนือจากในบัญชีนี้กำหนดไว้)  ให้คำนวณในราคาผู้ผลิตหรือผู้จำหน่าย (ไม่รวมค่าติดตั้งและค่าใช้จ่ายใดๆ) แล้วนำไปรวมกับค่าภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราปัจจุบัน โดยไม่นำค่างานในส่วนนี้ไปรวมกับค่างานส่วนที่ 1 เพื่อคำนวณหาค่า Factor F
     ส่วนที่ 3 ค่าใช้จ่ายพิเศษ ตามข้อกำหนด (ถ้ามี)
ประกอบด้วยตัวอย่างของรายการค่าใช้จ่ายพิเศษตามข้อกำหนดและค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นต้องมีที่งานก่อสร้างอาคารควรจะมี ซึ่งไม่สามารถกำหนดไว้ในส่วนที่ 1 และส่วนที่ 2 ได้ เนื่องจากเป็นรายการค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นนอกเหนือจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานก่อสร้างทั่วไป และไม่ได้มีในทุกโครงการ/งานก่อสร้าง เช่น ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับ Tower Crane ระบบป้องกันฝุ่น ระบบป้องกันดินพัง และการไม่อนุญาตให้คนงานพักในบริเวณที่ก่อสร้าง เป็นต้น
     รายการค่าใช้จ่ายพิเศษตามข้อกำหนดและค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นต้องมี ที่กำหนดไว้ในส่วนที่ 3 นี้ รวมทั้งที่ผู้มีหน้าที่คำนวณราคากลางได้เพิ่มเติมเข้าไปในส่วนที่ 3 นี้(ในกรณีที่โครงการ/งานก่อสร้างอาคารที่คำนวณราคากลางนั้นมีความจำเป็นต้องมี แต่ในบัญชีนี้มิได้กำหนดตัวอย่างรายการไว้) ให้ผู้มีหน้าที่คำนวณราคากลางคำนวณเองพร้อมทั้งชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องมีของแต่ละรายการ ตามหลักเกณฑ์และแบบฟอร์มที่กำหนด (แบบแสดงการคำนวณและเหตุผลความจำเป็นสำหรับค่าใช้จ่ายพิเศษตามข้อกำหนด) ทั้งนี้ รายการใดต้องชำระค่าภาษีมูลค่าเพิ่มก็ให้รวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราปัจจุบันไว้ด้วย และไม่นำไปรวมกับค่างานส่วนที่ 1 เพื่อคำนวณหาค่า Factor F
     ทั้งนี้ การคำนวณค่าใช้จ่ายพิเศษตามข้อกำหนด ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในส่วนของการคำนวณค่าใช้จ่ายพิเศษตามข้อกำหนดและค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นต้องมี
     บัญชีแสดงรายการก่อสร้างสำหรับงานก่อสร้างอาคารดังกล่าว มีรายละเอียดปรากฏตามบัญชีแสดงรายการ ในหน้าถัดไป

example..............

ที่มา : หน้า 40 หลักเกณฑ์การคำนวณราคากลาง งานก่อสร้างอาคาร กุมภาพันธ์ 2555



















67 หลักเกณฑ์ ข้อกำหนด วิธีปฏิบัติ และข้อมูลรายละเอียด สำหรับการถอดแบบคำนวณราคากลางงานก่อสร้างอาคาร

     ในการคำนวณราคากลางงานก่อสร้างอาคารตามหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณราคากลางงานก่อสร้างอาคารดังกล่าวข้างต้น นั้น นอกจากแบบฟอร์มที่ต้องใช้ในการคำนวณราคากลางงานก่อสร้างอาคารแล้ว  ผู้มีหน้าที่คำนวณราคากลางจำเป็นต้องศึกษา ทำความเข้าใจ ยึดถือปฏิบัติ และนำหลักเกณฑ์ ข้อกำหนด แนวทางวิธีปฏิบัติ และรายละเอียดประกอบการคำนวณราคากลางงานก่อสร้างอาคาร ดังต่อไปนี้ มาใช้ในการถอดแบบก่อสร้าง และคำนวณราคากลางงานก่อสร้างอาคาร
     1)บัญชีแสดงรายการก่อสร้างสำหรับงานก่อสร้างอาคาร
     2)มาตรฐานการวัดและคำนวณปริมาณงานในงานก่อสร้างอาคาร
     3)หลักเกณฑ์การคำนวณปริมาณงานก่อสร้างอาคาร
     4)เกณฑ์การผื่อและคำนวณปริมาณวัสดุมวลรวมต่อหน่วย
     5)มาตรฐานขนาดและน้ำหนักเหล็กเสริมคอนกรีตและเหล็กรูปพรรณ
     6)ตารางสำเร็จในการคิดปริมาตรไม้
     7)ข้อกำหนดเกี่ยวกับราคาและแหล่งวัสดุก่อสร้าง
     8)บัญชีค่าแรงงาน/ดำเนินการสำหรับการถอดแบบคำนวณราคากลางงานก่อสร้าง
     9)หลักเกณฑ์และตารางคำนวณค่าวัสดุมวลรวมต่อหน่วยในงานก่อสร้างอาคาร
     10)ตาราง Factor F งานก่อสร้างอาคาร
     11)หลักเกณฑ์การคำนวณค่าใช้จ่ายพิเศษตามข้อกำหนดและค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นต้องมี
     12)หลักเกณฑ์และข้อกำหนดการคำนวณค่าครุภัณฑ์ในงานก่อสร้างอาคาร

ที่มา : หน้า 39 หลักเกณฑ์การคำนวณราคากลาง งานก่อสร้างอาคาร กุมภาพันธ์ 2555

วันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2559

66 แบบฟอร์ม สำหรับการคำนวณราคากลางงานก่อสร้างอาคาร

     ในการคำนวณราคากลางตามหลักเกณพ์การคำนวณราคากลางงานก่อสร้างอาคารนั้น ได้กำหนดแบบฟอร์มเพื่อผู้มีหน้าที่คำนวณราคากลางได้นำไปใช้ในการถอดแบบก่อสร้าง คำนวณ และจัดทำรายงานการคำนวณราคากลาง รวม 9 แบบฟอร์ม ดังนี้
     1)แบบฟอร์มประกอบการถอดแบบก่อสร้าง
     เป็นแบบฟอร์มที่กำหนดขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับผู้มีหน้าที่คำนวณราคากลางได้ใช้ประกอบการถอดแบบก่อสร้างในงานก่อสร้างอาคาร ซึ่งผู้มีหน้าที่คำนวรราคากลางอาจใช้หรือไม่ใช้ก็ได้ โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้มีหน้าที่คำนวณราคากลาง แต่หากได้มีการจัดทำก็ให้แนบไว้เป็นรายละเอียดประกอบในการคำนวณราคากลางงานก่อสร้างอาคารนั้น ประกอบด้วยแบบฟอร์ม ดังนี้
     1.1)แบบ ปร.1 : แบบฟอร์มการถอดแบบสำรวจรายการ ปริมาณงาน และวัสดุก่อสร้างทั่วไป
     เป็นแบบฟอร์มสำหรับใช้ประกอบการถอดแบบก่อสร้าง เพื่อสำรวจและกำหนดรายการ ปริมาณงาน และวัสดุก่อสร้างทั่วไป ที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานคอนกรีต งานไม้แบบ งานไม้ค้ำยัน งานเหล็กเสริมคอนกรีต และงานไม้ หรืออาจใช้เป็นแบบฟอร์มสำหรับประมาณการราคาค่าก่อสร้างของงานต่างๆ เพื่อหาราคาต่อหน่วย เช่น งานทำประตูหน้าต่าง งานเดินท่อระบบ เป็นต้น
     1.2)แบบ ปร.2 : แบบฟอร์มการถอดแบบสำรวจรายการและปริมาณงานคอนกรีต ไม้แบบ ไใ้ค้ำยัน และเหล็กเสริมคอนกรีต
     เป็นแบบฟอร์มสำหรับใช้ประกอบการถอดแบบก่อสร้าง เพื่อสำรวจและกำหนดรายการและปริมาณงาน เฉพาะในส่วนของงานคอนกรีต งานไม้แบบ งานไม้ค้ำยัน และงานเหล็กเสริมคอนกรีต
     1.3)แบบ ปร.3 : แบบฟอร์มการถอดแบบสำรวจรายการและปริมาณงานไม้
เป้นแบบฟอร์มสำหรับใช้ประกอบการถอดแบบก่อสร้าง เพื่อสำรวจและกำหนดรายการและปริมาณงาน เฉพาะในส่วนของงานไม้
     2)แบบฟอร์มรายงานการคำนวณราคากลางงานก่อสร้างอาคาร
     เป็นแบบฟอร์มรายงานการคำนวณราคากลางงานก่อสร้างอาคาร ซึ่งผู้มีหน้าที่คำนณราคากลางต้องใช้ในการคำนวณราคากลางงานก่อสร้างอาคาร ส่วนจะใช้แบบฟอร์มใด จำนวนกี่แบบฟอร์มก้ให้ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงสำหรับแต่ละโครงการ/งานก่อสร้าง รวมทั้งแนวทางและวิธีการในการออกแบบและจัดทำรายงานการคำนวณราคากลางของผู้มีหน้าที่คำนวณราคากลาง ประกอบด้วยแบบฟอร์ม ดังนี้
     2.1)แบบ ปร.4 : แบบแสดงรายการ ปริมาณงาน และราคา (BOQ.)
     เป็นแบบฟอร์มสำหรับรวบรวมรายการงานก่อสร้าง รวมทั้งปริมาณงานและค่าวัสดุครุภัณฑ์และหรือค่าแรงงานสำหรับแต่ละรายการงานก่อสร้าง ที่ไม่เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายพิเศษตามข้อกำหนดและค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นต้องมี โดยผู้มีหน้าที่คำนวณราคากลางอาจแยกรายการงานก่อสร้าง รวมทั้งปริมาณงาน และค่าวัสดุครุภัณฑ์และหรือค่าแรงงานสำหรับแต่ละรายการงานก่อสร้าง รวมรวมไว้ในแบบปร.4ได้มากกว่า 1 ชุด ตามการตัดแบ่งกลุ่มงานที่ผู้มีหน้าที่คำนวณราคากลางกำหนด โดยในปร.4 แต่ละชุด(แต่ละกลุ่มงาน)จะประกอบด้วยรายการงานก่อสร้าง รวมทั้งปริมาณงาน และค่าวัสดุครุภัณฑ์และหรือค่าแรงงานสำหรับแต่ละรายการงานก่อสร้าง สำหรับกลุ่มงานั้นๆ เช่น ผู้มีหน้าที่คำนวณราคากลางอาจแยกรายการงานก่อสร้าง รวมทั้งปริมาณงาน และค่าวัสดุครุภัณฑืและหรือค่าแรงงานสำหรับแต่ละรายการงานก่อสร้าง เป็นชุด ปร.4 ของตัวอาคารสำนักงาน ชุดปร.4 ของงานผังบริเวณ และชุดปร.4 ของครุภัณฑ์จัดซื้อ เป็นต้น
     ในการจำแนกหรือแยกรายการงานก่อสร้าง รวมทั้งปริมาณงาน ค่าวัสดุ ครุภัณฑ์และหรือค่าแรงงานสำหรับแต่ละรายการงานก่อสร้าง มารวมเป็นกลุ่มงานต่างๆที่กลุ่มนั้น ผู้มีหน้าที่คำนวณราคากลางควรพิจารณาตามรายละเอียด โครงสร้าง และข้อเท็จจริงของโครงการ/งานก่อสร้างที่คำนวณราคากลางนั้น รวมทั้งวิธีการและแนวทางในการนำรายละเอียดของการคำนวณราคากลางงานก่อสร้างดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ในเรื่องต่างๆต่อไปด้วย โดยให้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจและการพิจารณาของผู้มีหน้าที่คำนวณราคากลางงานก่อสร้างอาคารนั้นเป้นสำคัญ
     2.2)แบบ ปร.4(พ) : แบบแสดงรายการ ปริมาณงาน และราคา สำหรับค่าใช้จ่ายพิเศษตามข้อกำหนด (BOQ.)
     เป็นแบบฟอร์มสำหรับรวบรวมรายการงานก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายพิเศษตามข้อกำหนดและค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นต้องมีทุกรายการ รวมทั้งผลรวมของค่าใช้จ่ายพิเศษตามข้อกำหนดและค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นต้องมีแต่ละรายการ และทุกรายการ
     2.3)แบบแสดงการคำนวณและเหตุผลความจำเป็นสำหรับค่าใช้จ่ายพิเศษตามข้อกำหนด
     เป็นแบบฟอร์มสำหรับแสดงรายละเอียดการคำนวณและคำชี้แจงเหตุผลความจำเป็นที่ต้องมีค่าใช้จ่ายพิเศษตามข้อกำหนดและค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นต้องมี สำหรับแต่ละรายการ
     2.4)แบบ ปร.5(ก) : แบบสรุปค่าก่อสร้าง (ค่างานต้นทุน)
     เป็นแบบฟอร์มสำหรับสรุปค่าก่อสร้างเฉพาะงาน/กลุ่มงานที่ถอดแบบคำนวณในราคาต้นทุนหรือในราคาทุน โดยใช้เป็นใบปะหน้า แบบปร.4 ที่คำนวณในราคาต้นทุนหรือในราคาทุน แต่ละชุด
ในการสรุปขนาดหรือเนื้อที่อาคาร และค่าเฉลี่ยต่อตารางเมตร เพื่อระบุไว้ในแบบ ปร.5(ก)นั้น ให้สรุปหรือคำนวณตามหลักเกณฑ์ ดังนี้
     ขนาดพื้นที่หรือเนื้อที่อาคาร (พื้นที่ใช้สอย) = พื้นที่ที่อยู่ภายในส่วนของแนวผนังหรือผนังก่อโดยรอบ + 1/2 ของพื้นที่ที่มีหลังคาคลุมแต่ไม่มีแนวผนังหรือผนังก่อโดยรอบ
ค่าเฉลี่ยต่อตารางเมตร = มูลค่างานหรือค่าก่อสร้างรวมตามสรุปท้าย แบบ ปร.5(ก) หารด้วยขนาดพื้นที่หรือเนื้อที่อาคาร(พื้นที่ใช้สอย)
     ทั้งนี้ การคำนวณพื้นที่ใช้สอยหรือขนาดหรือเนื้อที่อาคารสำหรับงานอาคารดังกล่าว อาจแตกต่างกับการคำนวณพื้นที่ใช้สอบเพื่อการขออนุญาตปลูกสร้างอาคาร หรือเพื่อการออกแบบในการกำหนดคุณสมบัติของผู้ออกแบบทางด้านวิชาชีพ และอาจมรความแตกต่างกับการคำนวณพื้นที่ใช้สอยหรือพื้นที่อาคารในส่วนของภาคเอกชนหรือผู้เสนอราคา
     2.5 แบบ ปร.5(ข) : แบบสรุปค่าครุภัณฑ์จัดซื้อ
เป็นแบบฟอร์มสำหรับสรุปค่าก่อสร้างเฉพาะงาน/กลุ่มงาน ที่เกี่ยวข้องกับครุภัณฑ์จัดซื้อและครุภัณฑ์อื่นๆ ที่ต้องคำนวณในราคาผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่าย โดยใช้เป็นใบปะหน้า แบบ ปร.4 ของครุภัณฑ์จัดซื้อและครุภัณฑ์อื่นๆที่คำนวณในราคาผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่าย แต่ละชุด
     2.6 แบบ ปร.6 : แบบสรุปราคากลางงานก่อสร้าง
เป็นแบบฟอร์มสำหรับรวบรวมค่าก่อสร้างของทุกส่วน(งาน/กลุ่มงาน) ทั้งในส่วนของค่างานต้นทุน ครุภัณพ์จัดซื้อ และค่าใช้จ่ายพิเศษตามข้อกำหนด มาสรุปไว้ในแบบ ปร.6 นี้ และเมื่อรวมยอดค่าก่อสร้างของทุกส่วน(งาน/กลุ่มงาน) ก็จะได้ค่าก่อสร้างหรือราคากลางงานก่อสร้างอาคารทั้งโครงการ/งานก่อสร้าง
นอกจากแบบฟอร์ม 6 แบบฟอร์ม ดังกล่าวแล้ว ในรายการคำนวณราคากลางงานก่อสร้างอาคาร ผู้มีหน้าที่คำนวณราคากลางจะต้องแนบแบบฟอร์ม ข้อมูล และรายละเอียดอื่นๆ ที่ผู้มีหน้าที่คำนวณรคากลางได้กำหนดและจัดทำขึ้นเองตามข้อกำหนดตามหลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางงานก่อสร้างประกอบไว้กับรายงานการคำนวณราคากลางงานก่อสร้างด้วย เช่น แบบฟอร์มและหรือรายละเอียดและคำชี้แจงเกี่ยวกับการสืบราคาวัสดุครุภัณฑ์ รายละเอียดการคำนวณการหาค่า Factor F และแบบ ปร.1 ปร.2 และ ปร.3 (ในกรณีที่ได้มีการจัดทำแบบ ปร.1 ปร.2 และ ปร.3 ไว้ด้วย) เป็นต้น
     แบบฟอร์มที่ใช้ในการคำนวณราคากลางงานก่อสร้างอาคาร ทั้ง 9 แบบ ดังกล่าว ปรากฏตามแบบฟอร์มดังนี้..........

ที่มา : หน้า 20 หลักเกณฑ์การคำนวณราคากลาง งานก่อสร้างอาคาร กุมภาพันธ์ 2555






65 ชนิดของการประมาณราคาค่าก่อสร้าง ในงานก่อสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้างโดยทั่วไป

     ในการประมาณราคาค่าก่อสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้างโดยทั่วไปนั้น มีวิธีประมาณการประมาณราคา สรุปได้ 2 วิธี
     1)การประมาณราคาโดยละเอียด
เป็นการประมาณราคาในรายละเอียด เพื่อใช้เป็นราคาปานกลางหรือราคากลางในการจัดหาผู้ทำการก่อสร้าง กระทำโดยการกำหนดรายการก่อสร้าง รวมทั้งปริมาณงานและวัสดุก่อสร้าง แล้วนำไปคำนวณรวมกับค่าวัสดุ ค่าแรงงาน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวกับกิจกรรมก่อสร้าง จากนั้นจึงรวมยอดเป็นค่าก่อสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด ผลที่ได้จากการประมาณราคาโดยละเอียดนี้ จะได้ราคาที่ใกล้เคียงกับค่าก่อสร้างจริงมากที่สุด ทั้งนี้ การประมาณราคาโดละเอียดดังกล่าว สามารถดำเนินการได้ 2 แนวทาง ดังนี้
     1.1)การประมาณราคาจากปริมาณงาน วัสดุ และแรงงานต่อหน่วย เป็นวิธีประมาณราคาโดยถอดแบบก่อสร้างเพื่อกำหนดรายการก่อสร้าง และคำนวณปริมาณงาน วัสดุ และแรงงาน ออกมาเป็นหน่วยๆสำหรับแต่ละกลุ่มงาน/งาน แล้วคูณด้วยราคาวัสดุต่อหน่วย ค่าวัสดุมวลรวมต่อหน่วย และหรือค่าแรงงานต่อหน่วย ได้เป็นยอดรวมค่าวัสดุและแรงงานทั้งหมด แล้วนำไปคำนวณรวมกับค่าอำนวยการ ค่าดอกเบี้ย ค่ากำไร และค่าภาษี รวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้เป็นประมาณการค่าก่อสร้างทั้งหมด
     1.2)ประมาณราคาจากปริมาณวัสดุก่อสร้างทั้งหมด เป็นวิธีการประมาณราคาโดยการถอดแบบก่อสร้างเพื่อกำหนดรายการก่อสร้าง และคำนวณปริมาณวัสดุก่อสร้างออกมาตามชนิดของวัสดุ แล้วคูณด้วยราคาต่อหน่วยของวัสดุแต่ละชนิด แล้วรวมยอดเป็นราคาค่าวัสดุทั้งหมด ส่วนค่าแรงงานให้กำหนดเป็นร้อยละ(%)ของค่าวัสดุทั้งหมด (ไม่สามารถกำหนดค่าแรงงานต่อหน่วยได้ ต้องกำหนดค่าแรงงานเป็นร้อยละ(%)ของค่าวัสดุทั้งหมด) จากนั้น จึงรวมเป็นค่าวัสดุและค่าแรงงานทั้งหมด แล้วนำไปคำนวณรวมกับค่าอำนวยการ ค่าดอกเบี้ย ค่ากำไร และค่าภาษี รวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ได้เป็นประมาณราคาค่าก่อสร้างทั้งหมด
     ทั้งนี้ หากพิจารณาในรายละเอียด จะพบว่า ประมาณราคาค่าก่อสร้างที่ประมาณการทั้ง 2 แนวทาง ดังกล่าว จะมีค่าเท่ากับวงเงินรวมยอดของค่าวัสดุ ค่าแรงงาน ค่าอำนวยการ ค่าดอกเบี้ย ค่ากำไร ค่าภาษี และค่าใช้จ่ายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง แต่อย่างไรก็ตามในทางปฏิบัติจริงนั้น หน่วยงานต่างๆ รวมทั้งผู้เสนอราคานิยมใช้วิธีประมาณการราคาจากปริมาณงาน วัสดุ และแรงงานต่อหน่วย ส่วนประมาณราคาจากปริมาณวัสดุก่อสร้างทั้งหมดนั้น นิยมใช้กับงานก่อสร้างที่เป็นงานขนาดเล็กซึ่งไม่มีความละเอียดประณีตมากนัก หรือเพื่อต้องการหาจำนวนวัสดุที่นำมาใช้ในการก่อสร้าง
     2)การประมาณราคาโดยสังเขป
ปกติจะใช้สำหรับผู้ออกแบบ สถาปนิก วิศวกร หรือนายช่างโยธา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้รู้ว่าแบบก่อสร้างนั้น จะสามารถก่อสร้างได้ตามวงเงินงบประมาณที่มีอยู่หรือไม่ หรือใช้สำหรับตรวจสอบการประมาณราคาโดยละเอียดที่ได้ประมาณราคาไปแล้ว ว่ามีข้อผิดพลาดหรือไม่ โดยสามารถทำได้ 2 วิธี ดังนี้
     2.1)ประมาณราคาจากปริมาตร เป็นวิธีประมาณราคาโดยคำนวณหาปริมาตรของอาคารทั้งหมด แล้วคูณด้วยราคาค่าก่อสร้างต่อหน่วยของปริมาตร ซึ่งได้มาจากผลของการประมาณราคาโดยละเอียดของงานก่อสร้างประเภทเดียวกันที่ได้เคยประมาณการไว้แล้ว
     2.2)ประมาณราคาจากพื้นที่หรือเนื้อที่ เป็นวิธีประมาณราคาโดยคำนวณหาปริมาณพื้นที่หรือเนื้อที่ใช้สอยทั้งหมดของอาคาร แล้วคูณด้วยราคาค่าก่อสร้างต่อหน่วยของพื้นที่หรือเนื้อที่ซึ่งได้มาจากผลของการประมาณราคาโดยละเอียดของงานก่อสร้างประเภทเดียวกันที่ได้เคยทำการประมาณราคาไว้แล้ว
การประมาณราคาวิธีนี้นิยมใช้กับงานก่อสร้างอาคารโดยทั่วไป แต่ต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการคำนวณหาพื้นที่หรือเนื้อที่ใช้สอยอาคารทีถูกต้องด้วย

ที่มา : หน้า 3 หลักเกณฑ์การคำนวณราคากลาง งานก่อสร้างอาคาร กุมภาพันธ์ 2555

วันศุกร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2559

64 ความหมายของการประมาณราคาค่าก่อสร้าง

      ความหมายของการประมาณราคาค่าก่อสร้าง
      การประมาณราคาค่าก่อสร้างเป็นกระบวนการหรือวิธีการเพื่อให้ได้มาซึ่งราคาค่าก่อสร้างที่ใกล้เคียงกับค่าก่อสร้างที่เป็นจริงมากที่สุด ดังนั้น ประมาณการราคาค่าก่อสร้างที่ได้จากการประมาณราคานั้น จึงไม่ใช่ราคาค่าก่อสร้างที่แท้จริงหรือถูกต้องตรงกับราคาค่าก่อสร้างจริง แต่เป็นเพียงราคาโดยประมาณซึ่งใกล้เคียงกับราคาค่าก่อสร้างจริงเท่านั้น เพราะเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ ก็ไม่เคยปรากฏว่าค่าก่อสร้างจริงตรงกับราคาที่ได้ประมาณการไว้  ทั้งนี้ เนื่องจากมีปัจจัยหลายประการเข้ามาเกี่ยวข้อง ที่สำคัญ ได้แก่
     -ปริมาณวัสดุที่ได้ประมาณการโดยเผื่อการเสียหายไว้แล้วนั้น ไม่ตรงกับที่ใช้ในการก่อสร้างจริง
     - ราคาค่าวัสดุก่อสร้างที่ใช้ประมาณราคา ไม่ตรงกับที่จัดหาเมื่อทำการก่อสร้างจริง
     -ค่าแรงงานที่ใช้ในการประมาณราคา ไม่ตรงกับที่ว่าจ้างเมื่อทำการก่อสร้างจริง
     -ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานก่อสร้างต่างๆ ตามที่ได้ประมาณการไว้นั้น ไม่ตรงกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงเมื่อทำการก่อสร้าง
     -เทคนิคและการบริหารจัดการของผู้ดำเนินการก่อสร้าง สามารถลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างลงได้
    ในการประมาณราคาค่าก่อสร้างหรือในบางกรณีเรียกว่าการประเมินราคาค่าก่อสร้างนั้น จึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการคำนณหาปริมาณงาน วัสดุ หรือเนื้องาน ค่าวัสดุ ค่าแรงงาน และค่าใช้จ่ายในการดำเนินการก่อสร้างซึ่งประกอบด้วย ค่าดำเนินการ กำไร ภาษี และอื่นๆ  ดังนั้น ราคาค่าก่อสร้างที่ได้จากการประมาณราคาดังกล่าว จึงหมายถึง วงเงินรวมยอดของวัสดุ ค่าแรงงาน และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้างทั้งหมด ทั้งนี้การประมาณราคาค่าก่อสร้างดังกล่าว หากได้กระทำโดยนักประมาณการราคาที่มีความเชี่ยวชาญแล้ว ราคาค่าก่อสร้างที่ได้จากการประมาณราคากับค่าก่อสร้างจริงเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ ไม่ควรผิดหรือแตกต่างกันมากนัก โดยควรอยู่ในเกณฑ์สูง-ต่ำ ไม่เกินร้อยละ 10

ที่มา : หน้า 2 หลักเกณฑ์การคำนวณราคากลาง งานก่อสร้างอาคาร กุมภาพันธ์ 2555



วันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2559

63 โครงสร้าง องค์ประกอบ และอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกำกับหลักเกณฑ์และตรวจสอบราคากลางงานก่อสร้าง

โครงสร้าง องค์ประกอบ และอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกำกับหลักเกณฑ์และตรวจสอบราคากลางงานก่อสร้าง ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2554
องค์ประกอบ
1)ปลัดกระทรวงการคลัง                                               ประธานกรรมการ
2)อธิบดีกรมบัญชีกลาง หรือรองอธิบดีกรมบัญชีกลางที่อธิบดีกรมบัญชีกลางมอบหมาย
                                                                                  รองประธานกรรมการ
3)รองศาสตราจารย์ ธนิต ธงทอง                                    กรรมการ
4)ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ         กรรมการ
5)ผู้แทนสำนักงบประมาณ                                             กรรมการ
6)ผู้แทนสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน                                กรรมการ
7)ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์                                              กรรมการ
8)ผู้แทนกรมโยธาธิการและผังเมือง                                 กรรมการ
9)ผู้แทนกรมทางหลวง                                                  กรรมการ
10)ผู้แทนกรมทางหลวงชนบท                                       กรรมการ
11)ผู้แทนกรมชลประทาน                                              กรรมการ
12)ผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น                        กรรมการ
13)ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์                       กรรมการ
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 
14)ผู้ทรงคุณวุฒิด้านเศรษฐศาสตร์และการธนาคาร           กรรมการ
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
15)ผู้แทนสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย                       กรรมการ
16)ผู้แทนสภาวิศวกร                                                     กรรมการ
17)ผู้แทนสภาสถาปนิก                                                  กรรมการ
18)ผู้แทนสมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย             กรรมการ
19)ผู้อำนวยการสำนักงานมาตรฐานการจัดซื้อจัดจ้าง
ภาครัฐ กรมบัญชีกลาง                                                   กรรมการและเลขานุการ
20)ผู้แทนสำนักมาตรฐานการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
กรมบัญชีกลาง                                                              กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
21)ผู้แทนกรมทางหลวง                                                 กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
22)ผู้แทนกรมโยธาธิการและผังเมือง                                กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
23)ผู้แทนกรมชลประทาน                                               กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

อำนาจหน้าที่
1)ศึกษา พิจารณา และกำหนดแนวทางและวิธีการในการกำหนดหลักเกณฑ์รวมทั้งรายละเอียดประกอบหลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางงานก่อสร้างที่เป็นมาตรฐานตามหลักวิชาการ สอดคล้องกับราคาค่าก่อสร้างที่เป็นจริง และสามารถนำไปใช้ในกระบวนการจัดจ้างตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2)ทบทวน ปรับปรุง และกำหนดหลักเกณฑ์ รายละเอียดประกอบ รวมทั้งแนวทางและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางงานก่อสร้างให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับสภาวะการณ์ เทคโนโลยีและข้อมูลข้อเท็จจริงด้านการก่อสร้างที่เปลี่ยนแปลงไป
3)ศึกษา พิจารณา และกำหนดแนวทางและวิธีการ รวมทั้งมาตรการในการตรวจสอบราคากลางงานก่อสร้างที่หน่วยงานภาครัฐได้คำนวณตามหลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางงานก่อสร้าง
4)กำกับดูแลการกำหนดราคากลางงานก่อสร้างของหน่วยงานภาครัฐให้ถูกต้องตามหลักเกณฑื รวมทั้งการติดตามประเมินผลการดำเนินการตามหลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางงาานก่อสร้าง
5)ให้มีอำนาจเข้าตรวจสอบหรือดำเนินการอื่นใดเพื่อให้ทราบข้อเท็จจริง รวมทั้งการดำเนินการเพื่อให้หน่วยงานภาครัฐชี้แจงหรือให้ขัอมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกำหนดราคากลางงานก่อสร้าง ตามหลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางงาานก่อสร้าง
6)วินิจฉัยปัญหา ตอบข้อหารือ และอนุมัติบกเว้นหรือผ่อนผันการดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีปฏิบัติ และรายละเอียดประกอบหลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางงานก่อสร้าง
7)จัดทำคู่มือ เอกสารเผยแพร่ รวมทั้งการดำเนินการอื่นใด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้มีความรู้ เข้าใจ และสามารถนำหลักเกณฑ์แนวทางและวิธีปฏิบัติ และรายละเอียดประกอบหลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางงานก่อสร้างไปใช้ปฏิบัติได้อย่างถูกต้องและในแนวทางเดียวกันอย่างมีประสิทธิภาพ
8)แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อช่วยปฏิบัติงาน ได้ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร
9)ปฏิบัติงานอื่นๆ ตามที่นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และ/หรือคณะกรรมการกำกับนโยบายราคากลางงานก่อสร้างมอบหมาย

ที่มา : ท้ายเล่ม แนวทาง วิธีปฏิบัติ และรายละเอียดประกอบการคำนวณราคากลางงานก่อสร้าง กุมภาพันธ์ 2555